สาเหตุของพนักงานลาออก ดูเอาแล้วกัน (จริงหรือไม่)

ช่วงนี้เซงกับงาน  เลยหาอ่านกระทู้เก่าๆ ก็เจอบทความที่มีผู้เขียนไว้ ตั้งนานแล้วสมัย FW Mail ยังฮิตๆ เลยเอามาแชร์ให้เพื่อนๆ พันทิปอ่านกัน ดูสิว่าตรงกับชีวิตตัวเองหรือไม่ โหวตได้ก็โหวตหน่อย เผื่อจะได้ให้ผู้บริหารได้คิดอะไรซะบ้าง ไม่ใช่ตัวเองเป็นระดับผู้บริหารมีเงินเดือนสูงๆ, เบี้ยประชุมอย่างเยอะ แถมจัดประชุมอะไรวะอย่างบ่อย, เงินประจำตำแหน่ง, รถประจำตำแหน่ง, เอางบบริษัทไปเที่ยวประจำปีเฉพาะผู้บริหารด้วยกันเอง(บางคนพ่วงครอบครัวและญาตๆไปด้วยนะ), สวัสดิการอย่างอื่นที่มีเฉพาะพนักงานระดับสูง แต่พอตอนโบนัสหรือผลการขึ้นเงินเดือนออกมาเผือกอ้างมาได้ขาดทุน, เศรษฐกิจไม่ดี, บริษัทต้องกันสำรอง บลาๆๆๆ และพอย้อนมาดูพนักงานพวกระดับปฏิบัติการแล้ว มีแค่เงินเดือนอันกระจ๋อยหรอยก็ได้แต่ถอนหายใจยาววววววๆ

_____________________________________________________________


สาเหตุของพนักงานลาออก ดูเอาแล้วกัน

นักศึกษา ป.ตรี จบใหม่ชื่อ น.ส A มีความมุ่งมั่นอยากทำงานจึงสมัครเข้าบริษัท KKK
สมมุติว่า น.ส A เข้าทำงาน Start 12000 บาท ทำงาน 3 ปี แต่ละปีทำงานที่ KKK
เด่นมากในแต่ละปี หัวหน้าชื่อปื๊ด อยากจะให้เงินเดือนเป็น 18,000 บาท ด้วยซ้ำ
แต่หัวหน้าปืดทำอะไรไม่ได้ จึงทำได้แค่ขึ้นเงินให้ 6% ตลอดทั้ง3 ปี
(บริษัทให้ budget มาแค่ 4.5% ตามอัตราเงินเฟ้อแต่หัวหน้าหักเงินส่วนของคนอื่นมาขึ้นให้ น.ส A)

ดังนั้น น.ส A ได้เงินเดือน 12,000 x 1.06 x 1.06 x1.06 = 14,292 บาท
(ถ้าคิดมูลค่าเงินเปลียนไปตามเวลา Time value of money
โดยคิดเงินเฟ้ย 4.5 % นั้นหมายความว่า 12,000 x 1.045 x 1.045 x 1.045 = 13,693 บาท )
ทำมา 3 ปีเงินเดือนเพิ่มขึ้นจริงแค่ = 14,292 - 13,693 = 598 บาท

น.ส A คิดมากทำงาน 3 ปี ได้เงินแค่นี้ ไม่พอเลี้ยงครอบครัว
และคิดค่าใช้จ่ายภายใต้อัตราเงินเฟ้อประเทศไทย 4.5 %ทุกๆปี-->คิดๆ ทำไงดีวะ หัวหน้าก็ใจดี เพื่อนร่วมงานก็ดี๊ดี
แต่เงินไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว ---> ลองหางานใหม่ดีกว่า

น.ส A จึงไปสมัครงานใหม่ด้วยวุฒิที่มีอยู่และประสบการณ์ 3 ปีที่ทำงานกับ
บริษัท KKK ไปหางานใหม่กับบริษัท SCC ได้เงินเดือน 20,000 บาท น.ส A ดีใจจังได้เยอะกว่าตั้งเยอะ รู้อย่างนี้กรูเผ่นไปตั้งนานแล้วค่าาา

***เงินเดือนในตำแหน่ง น.ส A Start 12,000 บาท ซึ่งบริษัทกำหนดใว้เป็นฐานเงินเดือน
ตั้งแต่ราคาทองคำ 8,000 บาท ซึ่งเงินเดือนครั้งแรก น.ส A ซื้อทองได้หนัก 1.5 บาท
ก่อนลาออก น.ส A ได้เงินเดือน 13,693 บาท ซึ่งราคาทองราคาปัจจุบัน 13,700 บาท/ทอง 1 บาท
โดยที่ก่อน น.ส A ลาออก เงินเดือนซื้อทองได้หนัก 1 บาทเท่านั้น (ไรวะนี้แม่มยิ่งทำยิ่งจน)

หัวหน้าปืดเครียด ลูกน้องออก ทำไงดี ---> กว่ากรูจะ Train ลูกน้องคนหนึ่งได้ เหนื่อยนะโว้ย
---> จึงหาลูกน้องใหม่ และแจ้งเอกสารถึงฝ่ายบุคคลเพื่อรับพนักงานใหม่<
ซึ่งปกติตำแหน่งของ น.ส A นั้น ถ้าไม่มีประสบการณ์ก็จะ Start 12,000 บาท

หัวหน้าปืด : จึงเร่งถามฝ่ายบุคคลว่า เมื่อไหร่ จะหาคนให้ได้ซักที นานแล้วนะ
แล้วอีกอย่างเอกสารที่คุณส่งมาให้นะมีแต่เรียกเงินเดือนสูงๆทั้งนั้นเลย
ซึ่งแต่ละคนเรียกเงินเดือน 18,000-22,000 เลย

ฝ่ายบุคคล : ปืดไม่ต้องห่วงนะ เรื่องเงินเดือนเพราะว่าถ้าเขามีประสบการณ์ 2-3 ปี นะ
พี่ให้ได้22,000 บาท เลย ถ้าปืดต้องการเด็กคนไหนในเอกสารพี่ให้ไป
ก็ส่งมาเลย เพราะว่าพี่มี Budget ของลูกน้องปืด 22,000 บาท

หัวหน้าปืด ( นึกในใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ) แม้งจะให้กรูรับลูกน้องเงินเดือน 22,000 ได้ไงวะ
ลูกน้องแต่ละคนทำงานมา 8 ปี ยังไม่ถึง 20,000 เลย ให้เงินแบบนี้ลูกน้องกรูลาออกหมดนะสิ
แล้วทีกรูอยากให้ น.ส A ได้เงินเพิ่มทำไมเมิงไม่ให้มันแต่แรกวะ ----> ทีเมิงรับคนจากข้างนอก
ไม่เคยเห็นผลงานเสิ๊อกให้ตั้ง 22,000 บาท แซงคนเก่าที่มันนั้งทำงานมาก่อนตั้งนาน เป็นงานทุกอย่างแล้ว มันส้วมติงจริงๆ
อยากรู้เหมือนกัน ถ้า น.ส A กลับเข้ามาทำงานเป็นลูกน้องกรู
เมิงจะให้ 22,000 บาท ไหมอีเวง

นี่ละครับสาเหตุของลูกน้องผมที่ลาออกบ่อยๆ
ท่านผู้บริหาร ช่วยมาดูหน่อยคร๊าป
ป.ล ปัจจุบันผมทำได้แค่เพียงรับนักศึกษาจบใหม่แล้วเอามาปั้นให้เป็นเด็กสร้าง
ซึ่งผมคงทำอะไรไม่ได้
ถ้า 3 ปีผ่านไป เขาต้องลาออกแล้วไปรับเงินเดือนสูงๆที่บริษัทอื่น
หรือเห็นบริษัท KKK นี้เป็นที่พักผ่อน ช่วงรองานที่อื่น

ถ้าเจ้านายฝรั่งไม่เข้ามาดู ฐานเงินเดือน
ซึ่งไม่เคยได้รับการปรับภายใต้อัตราเงินเฟ้อเลย
แล้วเมื่อไหร่บริษัทจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้ละครับเจ้านายยยยย

เต่าเอือมเต่าเอือมเต่าเอือมเต่าเอือมเต่าเอือม

___________________________________________

เรื่องนี้อาจจะแต่งขึ้นแต่ตรงกับใครหลายคนแน่นอน ผมก็เป็นคนนึงในนั้น หัวหน้าผมตอนแรกก็ไฟต์ให้ลูกน้องในแผนกแบบตาปื้ดนี้ละ แต่ก้ไม่สำเร็จ แถมหลังๆ ด้วยความที่งานมันเดินไม่ได้หากต้องรับเด็กจบใหม่มาแทนที่คนเก่าซึ่งมีประสบการณ์ ก็เลยต้องยอมรับคนที่มีประสบการณ์จากที่อื่นเข้ามา (แต่ประสบการณ์และความเป็นงานก็ยังสู้พวกคนที่อยุ่เดิมๆไม่ได้) แล้วคนที่เข้ามาใหม่ก็ดันไปได้เงินเดือนสูงกว่าพวกที่เขาอยู่มาก่อนตั้งหลายปี พวกที่อยู่มาก่อนก็เซงไปดิ ออกเพิ่มอีกตั้งหลายคน เฮงซวยจริงๆ นี้ตาปื้ดผมก็เตรียมไฟต์กับผู้บริหารอีกรอบไม่รู้จะออกหัวออกก้อย ถ้าไม่ได้อีกคราวนี้พวกที่อยู่มาก่อนเตรียมออกเพิ่มแน่นอน

งานเข้างานเข้างานเข้า
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
อยากจะส่ง...เนื้อหานี้
ให้บรรดานายๆ ได้อ่านจังเลย
หัวอกเดียวกัน
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 48
ผมเคยทำงานบริษัทนึงครับ ตอนนั้นเข้าไปในทีมมีพนักงานประมาณ 20 กว่าคน ทุกคนค่อนข้างสนิทกัน
อยู่มาวันนึง เจ้าของบริษัทเดินมาบอกว่าบริษัทกำลังมีปัญหาทางการเงิน และให้พนักงานเลือกว่า
1. แต่ละคนจะยอมลดเงินเดือนชั่วคราว โดยลดตามที่แต่ละคนยอมลดไหว หลังจากพ้นวิกฤติจะคืนให้พร้อมผลตอบแทนอื่นๆ
2. เอาคนออกไปบ้างบางส่วน ลดขนาดทีมเพื่อลดฐานเงินเดือน

แน่นอนครับ ทุกคนสามัคคีกันและไม่มีใครอยากให้ใครต้องตกงาน จึงตัดสินใจยอมลดเงินเดือนตัวเองลงไปบ้าง
บางคนก็ยอมมากหน่อย บางคนก็น้อยหน่อย ส่วนผมยอมลดให้จำนวนนึง แลกกับเหลือมาทำงานแค่อาทิตย์ละ 4 วัน
ในใจตอนนั้นคิดว่าโอเค เงินน้อยลงหน่อยไม่เป็นไร ยังไงก็ไปทำงานแค่ 4 วัน ได้หยุด 3 วัน ถือว่าคุ้มอยู่
ส่วนเจ้าของก็เสนอว่าตัวเค้าเองก็จะลดเงินเดือนตัวเองลงด้วยเช่นกัน และจะพยายามประหยัดรายจ่ายอื่นๆเพื่อให้บริษัทกลับมาสู่สภาวะปรกติโดยเร็ว

ในตอนแรกๆก็โอเคครับ ทุกอย่างดูดี แต่ .... หลังจากนั้นได้ข่าวว่าเจ้าของบริษัทไปถอย BMW 320i คันใหม่มาครับ
พอพนักงานถามในที่ประชุม เจ้าของก็ปฎิเสธไม่ได้ครับ เพราะถอยมาจริงๆ ซึ่งเจ้าของมีธุรกิจเดียว ไม่ได้รับเงินเข้ากระเป๋าหลายทาง
ทำให้พนักงานไม่พอใจมากๆ ทุกๆคนยอมลดเงินเดือน บางคนยอมประหยัดข้าวประหยัดน้ำ เพราะอยากจะช่วยองค์กร แต่เจ้าของไปถอยรถใหม่
ที่สำคัญคือไม่ใช่เค้าไม่มีรถนะครับ มีอยู่แล้ว มีคนขับรถให้ด้วย ไม่ต้องขับเอง ลูกเมียก็อยู่ดีกินดี คือพูดง่ายๆ ไม่ได้ลำบากเลย
ทำให้พนักงานในบริษัทไม่พอใจมากๆ ผลทีตามมาก็คือในทีมผมรับไม่ได้ ลาออกไป 15 คน ส่วนทีมอื่นๆก็ลาออกไปอีกรวมๆกัน 20 กว่าคน
.... ระส่ำกันเลยทีเดียว 5555

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พึ่งกลับมาอ่านอีกที ไม่คิดว่าคนจะโหวตเยอะขนาดนี้ ขอบคุณทุกๆคนที่สนใจนะครับ

ส่วนท่านใดคิดว่าจะลองทำตามดู ผมว่าทำตามเฉพาะส่วนทีว่าต่อรองขอค่าตอบแทนให้มากขึ้น ตามภาระงานที่เพิ่มขึ้นนะครับ
ทำงานเหนื่อยก็ควรได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมครับ ไม่เช่นนั้นผมว่าย้ายงานหาองค์กรที่เห็นค่าเราดีกว่าครับ อย่าไปอยู่กับคนที่ไม่ให้ค่าเราเลย
ส่วนเรื่องรับเงินเพิ่มแล้วเอาฐานไปหางานใหม่เนี่ย ถ้าไม่จำเป็นอย่าทำเลยครับ แต่กรณีผมเนี่ย จริงๆมีเบื้องหลังอีกหลายอย่างที่ทำให้ตัดสินใจย้าย
เพราะตอนที่เงินเดือนขึ้นแล้วเนี่ย ผมไม่ได้กะจะลาออกครับ ก็กะจะอยู่ยาวๆไปนี่แหละครับ แต่ได้เห็นธาตุแท้ของเจ้าของบริษัท ทำให้หนีดีกว่า

จริงๆเรื่องขอค่าตอบแทนขึ้นเนี่ย ผมเองก็ไม่ได้ฉลาดจนคิดได้หรอกนะครับ แต่มันเกิดขึ้นวันนึงหลังจากเริ่มได้ยินข่าวว่าเพื่อนๆในทีมจะลาออก รุ่นพี่ที่ดูธรรมะทัมโมยังจะลาออกเลย ในขณะที่ผมกำลังมีความสุขกับงานที่นี้กับเพื่อนที่นี่ เลยค่อนข้างเครียด วันนั้นผมพาพ่อไปกินข้าวกับญาติครับ ตอนนั้นผมหน้าเครียดๆ จนลุงผมเห็นหน้าแกเลยถามว่าเป็นอะไร พอผมเล่าให้แกฟัง แกหัวเราะออกมาขำๆ แล้วบอกว่านี่ถ้าแกเป็นเจ้าของบริษัท แกอาจจะแอบดีใจเล็กๆ ที่อยู่ดีๆคนพร้อมใจกันลาออก เงินชดเชยก็ไม่ต้องเสีย บริษัทคงจะลดรายจ่ายไปได้เยอะ แล้วค่อยหาคนใหม่เข้ามาแทน

คือแกตอบแบบขำๆของแกอ่ะครับ แต่ไอ้คำว่า "ลดรายจ่าย" เนี่ย มันมาสะกิดความคิดผม เลยเป็นที่มาของการขออัพเงินเดือนแบบก้าวกระโดด
ความคิดเห็นที่ 4
คนเราจะเข้าทำงานเพราะบริษัท แต่จะลาออกเพราะหัวหน้า
ความคิดเห็นที่ 2
นางสาว A นี้แม่ม base on true story ชีวิตกรูชัดๆ

Facepalm
ความคิดเห็นที่ 3
บริษัทส่วนใหญ่ มุ่งเน้นให้พนักงานทำงานด้วยใจ
(ใช้ใจในการเดินทาง ,ใช้ใจจ่ายค่าอาหาร,บราๆๆ... ฯ)  ไม่ค่อยมองว่าค่าครองชีพปัจจุบัน พนง.จะอยู่ได้มั้ย


//กระทู้นี้มันโดนใจอดีตเก่าก่อนจริงๆๆ อ๊ากกก อมยิ้ม08อมยิ้ม08
ความคิดเห็นที่ 64
ในฐานะที่มีลูกน้อง และลูกน้องก็ลาออกไปบ้าง มีลูกน้องมาแอบคุยให้ฟังว่าคนนั้นจะออกน้อยใจเรื่องเงินเดือน ผมเลยบอกลูกน้องผมไปว่า ตำแหน่งที่ผมอยู่นั้น เจ้านายก็จ้างมาเพื่อไว้คุมลูกน้อง ส่วนหนึ่งของงานก็คือ เทรนลูกน้อง ถ้าตนเองไม่สามารถบริหารได้ ผมอาจจะต้องโดนออก เขาให้ทรัพยากรมาเท่านี้ก็ต้องใช้ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด เขาถึงเรียกว่าการบริหาร

ผมก็บอกต่อไปว่า ตำแหน่งของคนที่บ่นว่าเงินน้อยอยากจจะออกนั้น ผมสามารถหาคนอื่นมาทดแทนได้ แม้นว่าต้องฝึกกันหน่อยแต่มันก็คือหน้าที่ผม และคนใหม่ที่มาก็เงินเดือนไม่มากกว่าคนที่บ่นด้วย มูลค่างานของคนที่บ่นเรื่องเงินเดือนก็ไม่ได้มากไปกว่าเงินเดือนที่ได้รับเท่าไหร่ ดังนั้นผมเลยตอบไปว่าถ้าจะลาออกก็ไม่เป็นไร

แต่อีกคนหนึ่ง เป็นคนรับผิดชอบ ทำงานมาได้แค่ห้าปี จากเงินเดือน 12,000 บาท จบ ป.ตรี ตอนนี้ผมก็ให้เขา 24,000 บาท ถามว่าให้เยอะมั๊ย ใครจะบ่นผมไม่สน ผมสนแค่ว่าคนนี้ทำงานแบบนี้ รับผิดชอบแบบนี้ สร้างรายได้ขนาดนี้ ถ้าคนอื่นทำได้แบบคนนี้ผมก็ให้ ส่วนใครจะอยู่ ใครจะออก หน้าที่ผมคือการบริหาร ก็ถ้าจะต้องสร้างทีมใหม่ก็คงต้องทำ เหนื่อยหน่อยก็ต้องยอม นโยบายผมก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ที่ไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชามาใหญ่กว่าเรา เอะอะอะไรก็ขู่จะออกผมไม่ชอบ เอะอะไรถ้าไม่ขึ้นเงินเดือน ไม่ขึ้นโบนัสก็จะไป อันนี้ผมรับไม่ได้ จริงอยู่ที่เราต้องพึ่งคนงาน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องบริหารงานแล้วทำให้โดนคนงานขี่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่